╚═══════════╝
จริงๆ แล้ว เรื่องราวของทั้ง 2 บริษัท เริ่มต้นมาตั้งแต่ Nintendo
ได้วางแผนพัฒนาเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ขึ้นมาเมื่อราว 30 ปีก่อน
โดยแผนที่ว่านั้นก็คือ การร่วมมือกันผลิตเครื่องเล่นเกมที่สามารถเล่นได้ด้วย
แผ่น CD-ROM ขึ้นมา ซึ่งตอนนั้น Sony เป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้
ส่งผลให้ทั้ง 2 บริษัทได้จับมือเป็นพันธมิตร และได้ร่วมกันผลิตอุปกรณ์เสริมที่ทำให้เครื่องเกม Super Famicom สามารถเล่นเกมได้ด้วยแผ่นซีดี
นอกจากนั้น ทั้ง 2 บริษัทก็ยังได้พัฒนาเครื่องเกมต้นแบบที่สามารถเล่นเกมได้ด้วยแผ่นซีดี
จากเดิมที่เล่นจากตลับเกม มีชื่อว่า Nintendo PlayStation ขึ้นมาด้วย เช่นกัน
ย้อนกลับไปสมัยนั้น CD-ROM ถือเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ ที่สามารถ
เข้ามาเพิ่มศักยภาพของอุตสาหกรรมเกมคอนโซลแบบก้าวกระโดด
ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพการแสดงผล ความจุของแผ่นซีดี
รวมถึงน้ำหนักที่เหมาะกับการพกพา
สิ่งเหล่านี้ CD-ROM ทำได้ดีกว่าตลับเกม อย่างชัดเจน
แต่..
ก็เป็นเพราะเรื่องนี้เอง
ที่ได้ทำให้พันธมิตรระหว่าง Nintendo และ Sony
ได้ยุติลงเพียงการผลิตต้นแบบ Nintendo PlayStation ไม่กี่ร้อยเครื่องออกมา
นั่นก็เพราะว่า Nintendo ได้ประกาศยกเลิก
สัญญาอุปกรณ์เสริม และเครื่องเกมทั้งหมดกับ Sony
แถมยังประกาศเป็นพันธมิตรกับ Philips
ที่เป็นอีกบริษัทผู้นำด้านซีดีรายใหญ่
โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพราะทาง Nintendo ไม่พอใจรายละเอียดของสัญญา
ที่ Sony จะได้สิทธิ์ในการผลิต และขายซีดีเกมทั้งหมดที่จะเปิดตัวออกมาในอนาคต
ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้น Sony ก็ได้มุ่งหน้าพัฒนาเกมคอนโซล
จนในที่สุดก็ได้พัฒนาเครื่องเกม PlayStation ขึ้นมาได้สำเร็จ
และกลับกลายเป็นว่าเครื่องเล่นเกมชิ้นนี้ได้กลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ
ของบริษัท Nintendo ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
แล้วตอนนี้ ธุรกิจเกมของ Nintendo หรือ Sony
ใครขายดีกว่ากัน?
บริษัท Nintendo
ปี 2018 รายได้ 3.05 แสนล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 3.47 แสนล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 3.79 แสนล้านบาท
บริษัท Sony เฉพาะธุรกิจเกม
ปี 2018 รายได้ 5.62 แสนล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 6.68 แสนล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 5.72 แสนล้านบาท
จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถสรุปได้ว่าธุรกิจเกมของ Sony มีรายได้มากกว่า Nintendo
โดยรายได้จากธุรกิจเกมของ Sony มีมูลค่าเป็น 1 ใน 4 ของรายได้ทั้งหมดที่บริษัท Sony ทำได้
โดย Sony ก็มีธุรกิจอื่นๆ อีก เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และภาพยนตร์
ในขณะเดียวกัน หากเรามาดูมูลค่าของทั้ง 2 บริษัท จะพบว่า
Nintendo มีมูลค่าบริษัท 2.4 ล้านล้านบาท
Sony มีมูลค่าบริษัท 3.6 ล้านล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากเราไปถามนักเล่นเกมตัวยง หลายคนก็จะบอกว่าแต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
Nintendo เป็นแบรนด์ที่โฟกัสในเรื่องเกมสำหรับครอบครัว และมีตัวละครเรือธงอย่าง Mario ที่ไม่ว่าจะนำมาผลิตเป็นเกมกี่ครั้ง ก็ยังขายดีแทบทุกครั้ง
ในขณะเดียวกัน Sony PlayStation ก็กลายมาเป็นแบรนด์เครื่องเล่นเกมระดับโลก ที่มาพร้อมเกมที่มีกราฟิกสมจริง และเนื้อหาที่ซับซ้อน
แต่ถึงจะมีแนวทางที่แตกต่างกัน
ทั้งคู่กลับได้ผลประโยชน์จากวิกฤติโรคระบาดโควิด 19 ที่เกิดขึ้นในปีนี้ เหมือนกัน..
เพราะเมื่อคนต้องเว้นระยะห่าง อยู่บ้านมากขึ้น ก็ทำให้เกมคอนโซลทั้ง Nintendo Switch และ PlayStation ขายดีขึ้นทั้งคู่
โดยเฉพาะ PlayStation 5 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมานี้
ก็กลายมาเป็นการเปิดตัวเกมคอนโซลครั้งประวัติศาสตร์ไปแล้วเรียบร้อย
อ่านถึงตรงนี้ เราคงพอจะเห็นได้ว่าเรื่องราวที่เริ่มต้นจากพันธมิตร
ที่พัฒนาการเล่นเกมได้ด้วยแผ่นซีดี จนไปถึงความขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์
ที่ทำให้ Nintendo ตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับ Sony
และนำไปสู่การให้กำเนิดคู่แข่งในสมรภูมิเกมคอนโซลคนสำคัญอย่าง PlayStation
ซึ่งก็น่าคิดเหมือนกันนะว่า
หากในวันนั้น Nintendo เลือกที่จะร่วมมือกับ Sony
ในวันนี้ อุตสาหกรรมเกมคอนโซล จะแตกต่างจากที่เป็นอยู่ ในทุกวันนี้ อย่างไร..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen.
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
-
-
-
-www.sony.net
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.