╚═══════════╝
ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยมาก
ในปี 2019 มูลค่าการส่งออกสินค้าของประเทศไทย เท่ากับ 7.5 ล้านล้านบาท
โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ มีมูลค่า 1.1 ล้านล้านบาท คิดเป็น 15% ของการส่งออกทั้งหมด
ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ไทยถือเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและผู้ส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก
ไม่ว่าจะเป็น ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, ฮาร์ดดิสก์, แผงวงจร และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทั้งนี้การระบาดของโควิด 19 ทำให้เศรษฐกิจและการค้าขายระหว่างประเทศ ต้องหยุดชะงักลง ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกได้รับผลกระทบอย่างหนัก
แต่ดูเหมือนว่า วิกฤติครั้งนี้กลับทำให้ตลาดมีความต้องการใช้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มมากขึ้น
แทบทุกประเทศทั่วโลกมีการใช้นโยบายปิดเมือง และสนับสนุนให้ประชาชนเว้นระยะห่างทางสังคม เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในวงกว้าง
ทำให้กิจกรรมส่วนใหญ่ในชีวิตมนุษย์ ถูกย้ายไปอยู่บนแพลตฟอร์มโลกออนไลน์แทน
เช่น การติดต่อสื่อสาร, ชอปปิง, สั่งอาหารดิลิเวอรี หรือแม้แต่การทำงาน ที่ต้องเปลี่ยนไปเป็นแบบ Work From Home มากขึ้น
ซึ่งแพลตฟอร์มออนไลน์เหล่านั้น ล้วนต้องใช้งานผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่าง สมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์
นอกจากนั้นยังต้องมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมทั้งฐานข้อมูลบน Cloud และทำให้การใช้งานศูนย์กลางเก็บข้อมูล หรือ Data Center มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น
ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามา ล้วนมีความเกี่ยวข้อง กับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่บริษัทในไทยเป็นผู้ผลิต
นอกจากนั้น การขยายตัวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า และการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ที่ทำให้เกิดธุรกิจประเภท Internet of Things ก็เป็นปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคตด้วย
เมื่อเป็นเช่นนี้ บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ไทย จึงฟื้นตัวจากวิกฤติอย่างรวดเร็ว และกำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด
บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “DELTA”
ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัปพลาย และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ และผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล
ผลประกอบการปี 2020 ของ DELTA
ไตรมาสที่ 1 รายได้ 12,680 ล้านบาท กำไร 857 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 รายได้ 14,491 ล้านบาท กำไร 2,020 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 3 รายได้ 17,826 ล้านบาท กำไร 2,642 ล้านบาท
บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “KCE”
ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นชิ้นส่วนในเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องมือสื่อสาร อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
ผลประกอบการปี 2020 ของ KCE
ไตรมาสที่ 1 รายได้ 3,259 ล้านบาท กำไร 424 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 รายได้ 2,127 ล้านบาท กำไร 71 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 3 รายได้ 2,721 ล้านบาท กำไร 250 ล้านบาท
บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ “HANA”
ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นพิมพ์วงจรอิเล็กทรอนิกส์ วงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์โทรคมนาคม
ผลประกอบการปี 2020 ของ HANA
ไตรมาสที่ 1 รายได้ 4,609 ล้านบาท กำไร 483 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 รายได้ 4,592 ล้านบาท กำไร 476 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 3 รายได้ 4,813 ล้านบาท กำไร 367 ล้านบาท
บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ “SVI”
ผู้ผลิตและให้บริการประกอบผลิตภัณฑ์วงจรไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสำเร็จรูป
ผลประกอบการปี 2020 ของ SVI
ไตรมาสที่ 1 รายได้ 3,212 ล้านบาท กำไร 227 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 2 รายได้ 4,174 ล้านบาท กำไร 109 ล้านบาท
ไตรมาสที่ 3 รายได้ 4,198 ล้านบาท กำไร 249 ล้านบาท
ดูจากผลประกอบการ ทุกบริษัทยังทำกำไรได้ดีในทุกไตรมาส ไม่เหมือนบริษัทในอุตสาหกรรมอื่นที่อาจมีการขาดทุนในช่วงปีนี้ ด้วยเหตุนี้ นักลงทุนจึงมีความสนใจต่อบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ และคาดหวังถึงผลตอบแทนที่ดี จนราคาหุ้นของหลายบริษัทพุ่งสูงขึ้นมาก นับตั้งแต่เกิดวิกฤติโควิด 19
โดยเฉพาะหุ้น DELTA ที่ตอนนี้มีมูลค่าบริษัทสูงเป็นอันดับ 6 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
แซงหน้าธนาคาร KBANK, SCB, BBL
ธุรกิจเครือโรงพยาบาลใหญ่สุดในไทยอย่าง BDMS
และธุรกิจพลังงานยักษ์ใหญ่อย่าง GULF, PTTEP
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงเรื่องหนึ่งที่ต้องจับตาดูสำหรับอุตสาหกรรมนี้ คือ “การแข็งค่าของเงินบาท”
ในปัจจุบัน เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 30 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่งผลให้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ส่งออกของไทย มีราคาแพงขึ้นในสายตาชาวต่างชาติ
รวมทั้งประเทศผู้ผลิตรายอื่นที่มีค่าแรงถูกกว่าไทย เช่น เวียดนาม ก็อาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและพัฒนาฐานการผลิต จนเข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดไปจากบริษัทไทยได้
อ่านถึงตรงนี้ เราคงพอสรุปได้ว่า
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย ได้ประโยชน์จากโควิด 19 ที่เร่งให้คนเปลี่ยนพฤติกรรมไปใช้งานแพลตฟอร์มออนไลน์ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น
แต่ต้องติดตามต่อไปว่า บริษัทไทยจะเติบโตได้ตามความคาดหวังของนักลงทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันให้เหนือกว่าประเทศคู่แข่งในระยะยาว ได้หรือไม่
ซึ่งคงต้องบอกว่า เรื่องนี้เป็นโอกาสที่ประเทศไทยควรรีบคว้า และรักษาเอาไว้ในมือให้ดี
เพราะถ้าโลกเปลี่ยนแปลงไปตามแนวโน้มเมกะเทรนด์ดังกล่าวจริงๆ
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ก็น่าจะช่วยให้เกิดการจ้างงาน, สร้างรายได้ให้คนภายในประเทศ และขยายผลเป็นธุรกิจต่อเนื่องที่มีมูลค่าสูงได้อีกมาก
ซึ่งนี่ก็อาจเป็นหนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญ
ที่ทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง อีกครั้งหนึ่ง ก็เป็นได้..
หมายเหตุ: บทความนี้ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อหรือขายหุ้น การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจลงทุน
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen.
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
-
-
-
-
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.