╚═══════════╝
เรื่องแรกที่น่าจะมีคำถามขึ้นมาในหัวทันที หลังได้ยินข่าวการลงทุนครั้งนี้ ก็คือ
ทำไมเตียงที่นอนสำหรับ 40 ที่นั่ง
ถึงมีมูลค่าตั้ง 50 ล้านบาท
หากเรานำมูลค่าการลงทุนโรงหนังมาคำนวณจะพบว่า
ต้นทุนในการสร้างโรงหนังของ Omazz เฉลี่ยแล้ว สูงถึง 1.25 ล้านบาท ต่อที่นั่ง
ซึ่งตัวเลขดังกล่าวก็ถือเป็นมูลค่าที่สูง และทำให้คิดต่อได้ว่า
หากเราจะลงทุนสร้างโรงหนัง 1 โรง เราจะมีต้นทุนสร้าง อะไรบ้าง?
จากตรงนี้ ลงทุนแมนก็ได้ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า Omazz เลือกที่นอน
ในโรง The Bed Cinema เป็นรุ่น Adjusto™ ซึ่งเป็นที่นอนไฟฟ้า
ที่มีระดับราคาเริ่มต้นประมาณ 5 แสนบาท ไปจนถึง 7 แสนบาท
ซึ่งก็ดูเหมือนว่าทางแบรนด์ Omazz ก็ได้นำเตียงทุกขนาดมาใส่ไว้ที่นี่
เพราะระหว่างการจองตั๋ว เราก็จะมีตัวเลือกตั้งแต่
1 ที่นั่ง เป็นเตียง Twin
2 ที่นั่ง เป็นเตียง Queen Size
4 ที่นั่ง เป็นเตียง King Size
จะเห็นได้ว่า Omazz วางตำแหน่งไว้ว่าเป็นแบรนด์พรีเมียม และมีราคาสูง
โดยแค่ค่า เตียง ก็คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของงบประมาณการสร้างโรงภาพยนตร์นี้แล้ว
ในโลกที่ทุกวันนี้มีแต่การทำการตลาดแบบเดิมๆ
เป็นประเด็นที่น่าสนใจว่า Omazz กำลังลองทำการตลาดในรูปแบบใหม่ๆ ให้คนจดจำ
ผ่านการสร้างประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์
จุดนี้เองที่ถือเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่น่าสนใจ
เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าการสร้างแคมเปญ หรือการโฆษณาบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก ยูทูบ หรืออินสตาแกรม ได้กลายมาเป็นท่ามาตรฐานของสินค้าแทบทุกประเภทในยุคนี้
แต่สิ่งหนึ่งที่แพลตฟอร์มเหล่านี้ ยังนำเสนอกับเราไม่ได้ก็คือ “ประสบการณ์การใช้งาน”
สินค้าบางประเภท เช่น บ้าน รถยนต์ หรือ ที่นอน ยิ่งมีมูลค่าสูง มากแค่ไหน
ประสบการณ์ในการไปดูด้วยตาตัวเอง หรือไปทดลองจริง ก็ยิ่งสำคัญมากเท่านั้น
ในกรณีของแบรนด์ Omazz ที่เข้าไปลงทุนสร้างโรงหนังร่วมกับ SF
ก็ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าทางบริษัทน่าจะมองการลงทุนครั้งนี้
เป็นทั้งโอกาสในการสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ควบคู่ไปกับการสร้างโชว์รูมในโรงหนัง
เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า หรือผู้ที่รู้จักแบรนด์ ก็เป็นได้
ซึ่งการเปลี่ยนโรงหนัง เป็นโชว์รูม ก็ถือเป็นไอเดียที่น่าสนใจ
เพราะว่าลูกค้าโรงหนังแต่ละคนจะใช้เวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมง
ในการรับชมภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง ซึ่งนั่นก็เท่ากับระยะเวลา
ที่ลูกค้าคนนั้นจะได้ทดลองนอนเตียงของ Omazz
ซึ่งก็น่าจะมากกว่าลูกค้าที่ไปทดลองนอนบนเตียงแบรนด์ต่าง ๆ บนห้างสรรพสินค้า
นอกจากนี้ การออกแบบบรรยากาศ และล็อบบี้ก่อนเข้าชมภาพยนตร์
ก็มีลักษณะคล้ายกับห้องนั่งเล่นที่บ้าน โดยเราสามารถเดินไปหยิบเครื่องดื่ม
ขนม หรือพ็อปคอร์นได้ตามที่เราอยากทาน
เพราะค่าตั๋วได้ถูกออกแบบมาให้ครอบคลุมสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว
อีกสิ่งสำคัญก็คือเรื่องของความสะอาด
ที่เป็นคำถามแรกของลงทุนแมนที่สอบถามกับพนักงานขายตั๋วที่ว่า
ผ้าปูเตียง หมอน ผ้าห่ม เปลี่ยนทุกรอบหรือไม่
โดยทางพนักงานก็ได้บอกว่า The Bed Cinema
มีการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่นอนทุกรอบหลังหนังจบ
ซึ่งหนังที่ The Bed Cinema เปิดฉาย และลงทุนแมนเข้าไปดูก็คือ อ้ายคนหล่อลวง จากค่าย gdh
หลังจากดูจบ ก็คงสรุปได้ว่า
นอกจากรอยยิ้มของ คุณใบเฟิร์น นางเอกของเรื่อง ที่ลงทุนแมนสนใจแล้ว
อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย
ก็คือ กลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ ของแบรนด์ Omazz นั่นเอง..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen.
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
Reference
-
-
-
-
Tag: SFOmazz
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.