╚═══════════╝
จริงๆ แล้ว DELTA เป็นบริษัทลูกของบริษัท DELTA Electronics (Taiwan)
บริษัทแห่งนี้ดำเนินธุรกิจด้านการผลิต และส่งออกผลิตภัณฑ์เพาเวอร์ซัพพลายและอุปกรณ์ อิเล็กทรอนิกส์
โดยทางบริษัท DELTA มีรายได้มาจากธุรกิจหลัก 3 กลุ่ม แบ่งออกเป็น
1. กลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์
ธุรกิจกลุ่มนี้จะเกี่ยวกับการผลิตและการบริการแบบครบวงจรด้านการจัดการพลังงาน และการจัดการความร้อน
โดยมีตัวอย่างผลิตภัณฑ์เช่น
ดีซี ดีซี เพาเวอร์ (คอนเวอร์เตอร์), เพาเวอร์ซัพพลาย, พัดลมอิเล็กทรอนิกส์, อีเอ็มไอฟิลเตอร์, และ โซลินอยด์
ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกใช้เป็นส่วนประกอบในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ รถยนต์ และโทรคมนาคม
นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น โซลูชัน EV/HEV powertrain และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์กำลังไฟฟ้า (Power Electronics Components) อีกด้วย
2. กลุ่มผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ
ธุรกิจกลุ่มนี้ ก็จะประกอบไปด้วยอุปกรณ์อัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม ระบบโรงงานอัจฉริยะ รวมถึงระบบแสงสว่าง และระบบเฝ้าระวังอัตโนมัติสำหรับอาคาร
3. กลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน
โดยกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานนี้ ทางบริษัท DELTA ก็จะมีผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐานสำหรับเทคโนโลยีสื่อสารข้อมูล ได้แก่ เพาเวอร์ซิสเท็มสำหรับระบบโทรคมนาคม เครื่องสำรองไฟฟ้า และโซลูชันเครือข่าย
นอกจากด้านโทรคมนาคมแล้ว ธุรกิจกลุ่มนี้ก็ยังมีระบบพลังงานสำหรับภาคอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์พลังงานทดแทน และเครื่องชาร์จสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Charger นั่นเอง
แล้วที่ผ่านมา ผลประกอบการของ DELTA เป็นอย่างไร?
ปี 2560 รายได้ 50,330 ล้านบาท กำไร 4,931 ล้านบาท
ปี 2561 รายได้ 53,937 ล้านบาท กำไร 5,137 ล้านบาท
ปี 2562 รายได้ 51,897 ล้านบาท กำไร 2,960 ล้านบาท
จากตัวเลขในปี 2562 DELTA มีรายได้จาก
กลุ่มผลิตภัณฑ์เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ 63.1%
กลุ่มผลิตภัณฑ์อัตโนมัติ 4.2%
กลุ่มผลิตภัณฑ์โครงสร้างพื้นฐาน 32.4%
และอื่นๆ อีก 0.3%
ในขณะเดียวกัน หากเราแบ่งกลุ่มลูกค้าของ DELTA ตามแต่ละภูมิภาค
จะพบว่าบริษัทมีรายได้จาก
เอเชีย 36%
สหรัฐอเมริกา 34%
ยุโรป 28%
และอื่นๆ อีก 2%
จากภาพรวมธุรกิจของ DELTA เราก็สามารถสรุปได้ว่าบริษัทแห่งนี้ก็น่าจะสามารถเติบโตตามการขยายตัวอุตสาหกรรมที่เน้นด้านอิเล็กทรอนิกส์ และการขยายตัวของเครือข่ายโทรคมนาคม ทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม จากผลประกอบการ 3 ปีย้อนหลัง จะเห็นได้ว่ารายได้ของบริษัท DELTA ในช่วงที่ผ่านมาทรงตัว
ในขณะที่กำไรในปี 2562 ที่ลดลงเป็นผลมาจากการที่บริษัทเข้าไปลงทุน
เพิ่มเติมในธุรกิจผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2561
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ DELTA ในปีนี้ก็เปรียบเสมือนกับการเจอแจ็กพอต
นั่นก็เพราะว่า DELTA มีรายได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดทั้งจากการขยายตัวของธุรกิจจัดเก็บข้อมูล Cloud ธุรกิจ Data Center และผลิตภัณฑ์โซลูชันสำหรับโครงสร้างพื้นฐานในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
นอกจากนี้ DELTA ก็ยังได้ผลประโยชน์จากแนวโน้มการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งธุรกิจกลุ่มดังกล่าวก็ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในหลายประเทศ
จากการขยายตัวของธุรกิจเหล่านี้ และ DELTA ก็เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับธุรกิจดังกล่าว นั่นจึงทำให้ DELTA มีรายได้ กำไรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นจากผลประกอบการในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา
บริษัท DELTA
ไตรมาสที่ 2 ปี 2563 รายได้เพิ่มขึ้น 14% กำไรเพิ่มขึ้น 136%
ไตรมาสที่ 3 ปี 2563 รายได้เพิ่มขึ้น 41% กำไรเพิ่มขึ้น 328%
จากกำไรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และตลาดที่ดูเหมือนจะมีพื้นที่ในการเติบโต
สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ DELTA กลายมาเป็นบริษัทที่นักลงทุนหลายคนให้ความสนใจ
จากทั้งนักลงทุนในประเทศไทย และนักลงทุนจากต่างประเทศ
สนใจในระดับที่ปัจจุบัน DELTA ได้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็น 6.3 เท่าตั้งแต่ต้นปี หรือเพิ่มขึ้น
คิดเป็น 12 เท่า เมื่อเทียบกับจุดต่ำสุดในช่วงโรคระบาดโควิด 19 เดือนมีนาคมปีนี้
ถึงตรงนี้เราก็น่าจะสรุปได้ว่า DELTA เป็นหนึ่งในบริษัทที่แจ็กพอต
และได้รับผลประโยชน์จากเมกะเทรนด์ที่กำลังเติบโต
สิ่งที่น่าติดตามกันต่อไปก็คือ
บริษัทจะยังรักษาการเติบโตดังกล่าวได้ดีแค่ไหนในระยะยาว
รวมถึงจะสร้างการเติบโตได้ตามความคาดหวังของนักลงทุนได้หรือไม่
มีบริษัทหน้าใหม่ที่จะเข้ามาเป็นคู่แข่งในตลาดเพิ่มขึ้นมากน้อยอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้ จะเป็นเรื่องเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับความมั่นใจของนักลงทุนในตอนนี้
เพราะราคาของหุ้น DELTA ได้เพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า ในเวลาเพียง 9 เดือน
และล่าสุดทำให้ DELTA กลายเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดอับดับที่ 8 ในบรรดาทุกบริษัท ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ไปแล้วเรียบร้อย
ต่อไปนี้ถ้ามีคนบอกว่าหุ้นต่างประเทศ TESLA ขึ้นเยอะมาก ขึ้นเป็น 9 เท่าจากจุดต่ำสุดในปีนี้
เราก็อาจตอบกลับไปได้ว่า
หุ้นไทยที่ขึ้น 12 เท่าก็มีเหมือนกันนะ มีชื่อคล้ายกัน ชื่อว่า DELTA นั่นเอง..
คำเตือน: บทความนี้ไม่ได้ชี้นำให้ซื้อ หรือขายหุ้นตัวนี้แต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen.
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.