╚═══════════╝
Aliko Dangote เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1957 ปัจจุบันมีอายุ 63 ปี
ครอบครัวของเขามีฐานะค่อนข้างดี เป็นเจ้าของธุรกิจแบบซื้อมาขายไปรายใหญ่ในประเทศไนจีเรีย
ด้วยเหตุนี้ คุณ Dangote จึงซึมซับแนวคิดการทำธุรกิจลักษณะดังกล่าว มาตั้งแต่ตอนเด็ก
สมัยเรียนอยู่ชั้นประถม เขาใช้เงินค่าขนมไปซื้อลูกอมกล่องใหญ่ ซึ่งมีราคาต่อชิ้นถูกกว่า และนำมาแบ่งขายในราคาปกติให้กับเพื่อนๆ เพื่อทำกำไรส่วนต่าง
จนกระทั่งจบมหาวิทยาลัย ตอนอายุ 21 ปี
คุณ Dangote ได้ขอยืมเงินทุนจากครอบครัว มาก่อตั้งบริษัทซื้อมาขายไปเป็นของตัวเอง
โดยเริ่มแรก เขานำเข้าสินค้าเกษตรจากตลาดต่างประเทศ เช่น ข้าวจากไทย และน้ำตาลจากบราซิล มาขายปลีกภายในประเทศ
ซึ่งปรากฏว่า ธุรกิจประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเป็นสินค้าพื้นฐานที่ผู้บริโภคมีความต้องการสูง ประกอบกับเมื่อมีคำสั่งซื้อปริมาณมาก ยิ่งทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกลง และบริษัทมีกำไรสูงขึ้น
ทำให้คุณ Dangote สามารถคืนเงินที่ยืมมาจากครอบครัวได้หมด ในเวลาเพียงแค่ 3 เดือน เท่านั้น
หลายปีต่อมา คุณ Dangote ก็สังเกตเห็นว่า
ถ้าบริษัทลงทุนโรงงานผลิตวัตถุดิบหรือสินค้าต่างๆ เสียเอง ในระยะยาวก็น่าจะทำให้มีต้นทุนธุรกิจถูกกว่าการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
พอเป็นแบบนี้ ในปี 1999 เขาจึงตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยการสร้าง “โรงงานผลิตน้ำตาล”
ซึ่งปัจจุบันมีกำลังผลิตอยู่ที่ราว 800,000 ตันต่อปี ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา
และหลังจากสร้างโรงงานผลิตน้ำตาล บริษัทของคุณ Dangote ก็ได้ตั้งโรงงานผลิตวัตถุดิบที่จำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจอีกมากมาย เช่น เกลือ, แป้ง, เหล็ก, อะลูมิเนียม
กลยุทธ์การขยายธุรกิจให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และครอบคลุมการผลิตวัตถุดิบหลากหลายชนิด ทำให้บริษัท Dangote Group เติบโตกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของตลาด
แต่คุณ Dangote ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เพราะเมื่อมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มมองหาโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมอื่นบ้าง
โดยเริ่มจากก่อตั้ง Dangote Cement เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตปูนซีเมนต์ ซึ่งต่อมา บริษัทนี้ได้ก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจหลักของ Dangote Group
Dangote Cement ขยายการดำเนินงานไปใน 10 ประเทศ และมีกำลังผลิตปูนซีเมนต์ราว 45 ล้านตันต่อปี ซึ่งถือว่ามีกำลังการผลิตที่มากที่สุดในทวีปแอฟริกา
โดย Dangote Cement จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไนจีเรีย และมีมูลค่าหุ้นอยู่ที่ 280,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 13% ของมูลค่าทั้งตลาด
Dangote Cement สร้างความร่ำรวยให้คุณ Dangote เป็นอย่างมาก เพราะเขาถือหุ้นของบริษัทอยู่ถึง 85%
อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจคือ ธุรกิจพลังงาน
ไนจีเรียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติพลังงานอุดมสมบูรณ์ โดยมีปริมาณสำรองน้ำมันดิบมากถึง 36,972 ล้านบาร์เรล สูงเป็นอันดับ 11 ของโลก
คุณ Dangote มองเห็นศักยภาพนี้ จึงได้เข้าซื้อธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน เมื่อปี 2007
และบริษัทได้ลงทุนไม่ต่ำกว่า 420,000 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตเป็น 650,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งถือเป็นโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว
นอกจากนั้น บริษัทยังกระจายการลงทุนไปในอีกหลายธุรกิจ เช่น ระบบสื่อสารโทรคมนาคม, อสังหาริมทรัพย์ และธนาคาร
ทำให้ปัจจุบัน Dangote Group เป็นหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ที่มีพนักงานกว่า 30,000 ราย และมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 120,000 ล้านบาท
แล้วคุณ Aliko Dangote ร่ำรวยแค่ไหน?
จากการประเมินทรัพย์สินล่าสุด โดย Forbes
คุณ Aliko Dangote มีทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 330,000 ล้านบาท
ซึ่งเป็นบุคคลที่รวยอันดับ 162 ของโลก และอันดับ 1 ของทวีปแอฟริกา
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น
เขามีทรัพย์สินใกล้เคียงกับ คุณเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ
เศรษฐีอันดับ 3 ของประเทศไทย ซึ่งมีทรัพย์สินอยู่ราว 340,000 ล้านบาท
ก่อนหน้านี้ หลายคนอาจมองว่า
การทำธุรกิจในทวีปแอฟริกา คงเป็นเรื่องยากเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่น
เพราะแต่ละประเทศมีรายได้เฉลี่ยค่อนข้างต่ำ
อีกทั้งปัจจัยโครงสร้างพื้นฐาน และเม็ดเงินลงทุน ก็ยังไม่ได้เพียบพร้อมเหมือนภูมิภาคอื่นๆ
แต่เรื่องราวของคุณ Aliko Dangote เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า
ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน
ถ้ามองให้ออกว่าผู้บริโภคต้องการอะไร
ไม่จำเป็นต้องสร้างเทคโนโลยีล้ำสมัยตามเทรนด์โลก
ก็สามารถสร้างกิจการ ที่มีมูลค่ามหาศาล ได้เหมือนกัน..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen.
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
-
-
-
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.