╚═══════════╝
Lemonade เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจที่เรียกว่า “InsurTech” ถูกก่อตั้งโดย Daniel Schreiber และ Shai Wininger เมื่อ 5 ปีก่อน
InsurTech ย่อมาจากคำว่า Insurance และ Technology
หรือก็คือธุรกิจประกันภัย ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน
โดย Lemonade ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า เพื่อเสนอราคาค่าเบี้ยประกัน รวมถึงการจ่ายเงินเคลมประกันของลูกค้า
สำหรับแบบประกันที่ Lemonade ให้บริการ ณ ปัจจุบัน ก็คือ ประกันภัยอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน และคอนโดในกรณีที่มีของหายหรือสิ่งของในที่พักอาศัยเกิดการชำรุด และประกันภัยสำหรับสัตว์เลี้ยง
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ บริการทั้งหมดนี้ถูกดีไซน์ออกมาเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
ที่มีแช็ตบอตคอยช่วยเหลือผู้ใช้งานอยู่ตลอดเวลา
เรื่องทั้งหมดนี้จึงทำให้ Lemonade มีค่าเบี้ยประกันที่ถูก เพราะบริษัทไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างพนักงาน หรือนายหน้าประกัน
นอกจากเบี้ยประกันที่มีราคาถูกแล้ว
Lemonade ก็สามารถออกแบบประกัน
รวมถึงรับเรื่องเคลมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
แล้วที่ว่าเคลมได้เร็ว มันเร็วขนาดไหน?
ในช่วงของการแถลงข่าวเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
Daniel Schreiber ผู้ก่อตั้งบริษัท Lemonade ได้กล่าวว่า บริษัทของเขาได้สร้างสถิติโลกด้วยการจ่ายเงินเคลมประกันอย่างรวดเร็วให้กับเจ้าของเสื้อกันหนาว Canada Goose ที่ถูกขโมยไปจากที่พัก
โดยกระบวนการเคลม เริ่มต้นจากผู้ใช้งานแจ้งเคลมไปยัง Lemonade ผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ตโฟน
หลังจากนั้น ระบบของ Lemonade จะสั่งให้อัลกอริทึมป้องกันการโกง 18 ตัวเริ่มทำงาน
เมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว ระบบก็ได้ส่งคำสั่งไปยังธนาคารให้ฝากเงิน 729 ดอลลาร์สหรัฐเข้าบัญชีของผู้ใช้งานที่แจ้งเข้ามา
หากเราทำประกันของหายกับบริษัทประกันภัยดั้งเดิม กระบวนการเรียกร้องค่าเสียหายอาจต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะได้เงินคืน
แต่กระบวนการที่เล่ามาทั้งหมดของ Lemonade นี้ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และใช้เวลาเพียง 3 วินาทีเท่านั้น..
นอกจากนี้ บริษัท Lemonade แม้จะทำธุรกิจ InsurTech
แต่บริษัทก็มีโมเดลธุรกิจต่างจากคู่แข่ง เช่น Hippo
Hippo เป็นหนึ่งในบริษัทเกิดใหม่ที่ทำธุรกิจ InsurTech
อย่างไรก็ตามแบบกรมธรรม์ทั้งหมดบนระบบไม่ได้มาจากทางบริษัท แต่ถูกสนับสนุนโดยบริษัทประกันดั้งเดิม เช่น Swiss Re และ Spinnaker
ในขณะที่ Lemonade ได้จดทะเบียนเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตในการออกกรมธรรม์เองทั้งหมดซึ่งรับความเสี่ยงเรื่องสินไหมทดแทนมาไว้ในงบดุลของบริษัท
ซึ่งเรื่องนี้ก็มีส่วนที่ทำให้บริษัทสามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เร็วกว่า
สำหรับค่าสินไหมทดแทนก็จะถูกหักออกมาตั้งแต่ผู้ใช้งานเริ่มจ่ายค่าเบี้ยประกันให้กับบริษัทโดย
25% ของรายได้จากค่าเบี้ยประกันเป็นค่าธรรมเนียม
75% ที่เหลือจะเป็นค่าใช้จ่ายค่าเคลมสินไหมของลูกค้า
แล้วที่ผ่านมา Lemonade เติบโตขนาดไหน?
ปี 2018 รายได้ 664 ล้านบาท ขาดทุน 1,600 ล้านบาท
ปี 2019 รายได้ 1,940 ล้านบาท ขาดทุน 3,300 ล้านบาท
รายได้ เพิ่มขึ้น 192%
ขาดทุน เพิ่มขึ้น 106%
จากผลประกอบการ เราจะเห็นได้ว่าแม้ว่ารายได้ของ Lemonade จะเติบโตสูงมาก
แต่ทางบริษัทก็ยังขาดทุนสูง เพราะบริษัทจำเป็นต้องดึงผู้ใช้งานให้เข้ามาอยู่ในระบบ
ให้มากพอ เพื่อพลิกกลับมาทำกำไรในอนาคต
และเรื่องดังกล่าวก็ถือเป็นความท้าทาย และสิ่งที่ Lemonade ต้องพิสูจน์ว่าโมเดลธุรกิจที่กำลังทำอยู่นั้น จะยั่งยืน และประสบความสำเร็จได้ในระยะยาวหรือไม่
แต่นักลงทุนทั่วโลก ก็เหมือนจะมองข้ามไปอนาคตกับสิ่งที่ Lemonade กำลังทำ สะท้อนให้เห็นจากการที่ Lemonade ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ไปกลางปีที่ผ่านมา
และมีมูลค่าบริษัทสูงถึง 1 แสนล้านบาท
โดยไตรมาสที่ 3 ที่ผ่านมานี้ SoftBank ที่ได้ขายหุ้นในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ เช่น Amazon, Adobe, Netflix, Microsoft รวมถึง Tesla ออกไปจากพอร์ตการลงทุน แต่กลับเข้ามาลงทุนเพิ่มเติมใน Lemonade หลังจากที่เป็นผู้ให้เงินทุนสนับสนุนหลักไปตั้งแต่ในช่วงที่บริษัทยังเป็นสตาร์ตอัป
ก็น่าติดตามเหมือนกันว่า
ธุรกิจในรูปแบบ InsurTech อย่างเช่น Lemonade
หากเข้ามาอยู่ในประเทศไทย จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรให้เกิดขึ้นบ้าง..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen.
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
-
-
-
-
-
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.