╚═══════════╝
Reebok เป็นแบรนด์จากประเทศอังกฤษ
ก่อตั้งขึ้นโดยตระกูล Foster
ที่แต่เดิมมีธุรกิจ ทำรองเท้าวิ่ง ที่เรียกว่า “Spikes”
คือรองเท้าที่มีลักษณะเป็นปุ่มแหลมบริเวณใต้รองเท้า
ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น
ก่อนที่ทายาทรุ่นหลานของตระกูลนี้
ซึ่งก็คือคุณ Joe และ Jeff Foster
จะตัดสินใจเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Reebok
ที่ตั้งชื่อตาม กาเซลล์ (สัตว์กีบคู่ชนิดหนึ่ง) สายพันธ์ุแอฟริกันที่ถูกเรียกว่า Reebok
Reebok เริ่มเข้าตลาดอเมริกันครั้งแรกเมื่อปี 1979
และเริ่มหันมาผลิตรองเท้าเต้นแอโรบิกสำหรับผู้หญิง
ซึ่งก็สอดคล้องกับเทรนด์การออกกำลังกายของคนอเมริกันในเวลานั้น
ทำให้รองเท้าแอโรบิกของ Reebok นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก
และบริษัทก็สามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ในปี 1985
ต่อมา Reebok ก็เริ่มเปลี่ยนจากรองเท้าออกกำลังกาย
มาทำรองเท้าและผลิตภัณฑ์สำหรับกีฬาต่างๆ มากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น บาสเกตบอล เบสบอล หรือ ฮอกกี้
แต่แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญขึ้นกับ Reebok
เมื่อ Adidas แบรนด์รองเท้าสัญชาติเยอรมัน
เข้าซื้อกิจการของ Reebok ด้วยมูลค่ากว่า 110,000 ล้านบาท ในปี 2006
หนึ่งเรื่องที่น่าสนใจของ Reebok ก็คือ
ถึงแม้ว่า Reebok นั้นจะเป็นแบรนด์อังกฤษ
แต่กลับมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งในตลาดอเมริกัน
เรื่องนี้เป็นเพราะว่า Reebok ได้ให้สิทธิ์กับ คุณ Paul Fireman เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย Reebok ในสหรัฐอเมริกา
ซึ่งคุณ Paul คนนี้ คือนักธุรกิจชาวอเมริกัน ที่คุ้นเคยกับตลาดและรสนิยมของคนในสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี จึงทำให้ Reebok สามารถตีตลาดอเมริกันได้สำเร็จ
ซึ่งเรื่องนี้ก็ยังส่งผลดีต่อ Adidas ที่เข้ามาซื้อกิจการ Reebok
เพราะหลังจากนั้นมาสินค้าจาก Adidas เอง ก็สามารถเข้าถึงคนอเมริกันได้มากขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 13 ปี ที่ Reebok อยู่ภายใต้ร่มเงาของ Adidas
อนาคตของ Reebok กลับดูไม่สดใสเท่าไรนัก
ลองมาดูรายได้ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ของ Adidas
และรายได้เฉพาะของแบรนด์ Reebok
ปี 2006 Adidas Group รายได้ 370,000 ล้านบาท, Reebok รายได้ 73,000 ล้านบาท
ปี 2010 Adidas Group รายได้ 440,000 ล้านบาท, Reebok รายได้ 70,000 ล้านบาท
ปี 2015 Adidas Group รายได้ 530,000 ล้านบาท, Reebok รายได้ 64,000 ล้านบาท
ปี 2019 Adidas Group รายได้ 790,000 ล้านบาท, Reebok รายได้ 64,000 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่า รายได้ของ Adidas Group เติบโตขึ้นต่อเนื่อง แต่รายได้ของ Reebok กลับลดลงจากปี 2006 ถึง 12%
เพราะอะไร ยอดขายของ Reebok ถึงไม่เติบโต?
Reebok นอกจากจะเป็นรองเท้าแนวสตรีตแล้ว ยังเป็นแบรนด์รองเท้าที่ทาง Adidas นั้นตั้งเป้าให้เป็นแบรนด์สำหรับฟิตเนสที่ดีที่สุดในโลก
แต่อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดนี้ก็ดุเดือด เพราะแม้กระทั่งแบรนด์เจ้าของอย่าง Adidas เองก็พยายามเจาะตลาดฟิตเนสมากขึ้น และยังมีแบรนด์คู่แข่งอื่นๆ เช่น Nike และ Under Armour ที่เข้ามาชิงส่วนแบ่งในตลาดนี้
ขณะที่รองเท้าแนวแฟชั่น ก็มีให้เลือกหลากหลายแบรนด์อย่างเช่น Converse, Vans, FILA รวมไปถึง Adidas และ Nike ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็ยังมีรุ่นคลาสสิกของตัวเองที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน ทำให้ Reebok ขาดจุดยืนที่เด่นชัดในตลาดรองเท้า
จากตัวเลขที่เราได้เห็น ก็สามารถบอกได้ว่า Adidas นั้นไม่ประสบความสำเร็จจากการซื้อกิจการ Reebok มาในปี 2006
แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายแบรนด์รองเท้าและเสื้อผ้าแนวใกล้เคียงกับ Reebok ที่ถูกซื้อกิจการไป แล้วกลับมาประสบความสำเร็จ
อย่างเช่นกรณีของ Nike ที่เข้าซื้อแบรนด์รองเท้า Converse ในปี 2003 ด้วยราคา 9,800 ล้านบาท ซึ่งราคานี้ ถูกกว่าที่ Adidas ซื้อ Reebok ถึง 11 เท่า
แต่ยอดขายของ Converse นั้นกลับเพิ่มขึ้นจาก 6,000 ล้านบาท เป็น 60,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากช่วงที่ถูก Nike ซื้อกิจการไป
กลับมาที่เรื่องของ Reebok
สำหรับปีนี้ ก็ถือว่าเป็นปีที่ท้าทายไม่น้อย
เนื่องจากวิกฤติโควิด 19 ที่ทำให้ความต้องการรองเท้าทั่วโลกมีแนวโน้มลดลง
ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา (เมษายน-มิถุนายน) Reebok มียอดขายลดลง 42% จนหลายสื่อในเยอรมนีต่างตีข่าวว่า ทาง Adidas เตรียมจะขาย Reebok ในปีหน้านี้
ซึ่งก็ต้องติดตามกันต่อไปว่า อนาคตของ Reebok จะเป็นอย่างที่หลายสื่อคาดกันจริงหรือไม่
และถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็ต้องรอดูกันว่า
จะเป็นใคร ที่จะเข้ามารับช่วงต่อ
และเส้นทางของ Reebok จะเป็นอย่างไรต่อไปในวันข้างหน้า..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
รู้ไหมว่า หนึ่งในรองเท้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดรุ่นหนึ่งของ Reebok คือรองเท้าบาสเกตบอล รุ่น “Reebok Pump”
รองเท้ารุ่นนี้ มีกลไกที่น่าสนใจคือ สามารถปั๊มลมเข้าไปในถุงลมในรองเท้า ทำให้รองเท้าสามารถเข้ากับรูปเท้ามากขึ้น
ซึ่งรองเท้าคู่นี้ วางขายครั้งแรกช่วงปลายปี 1989 หรือเมื่อ 30 ปีที่แล้ว และทำยอดขายถล่มทลายให้กับ Reebok ในเวลานั้น..
----------------------
Blockdit เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับนักอ่าน และนักเขียน
ที่มีผู้ใช้งาน 1 ล้านคน ลองใช้แพลตฟอร์มนี้เพื่อได้ไอเดียใหม่ๆ
แล้วอาจพบว่าสังคมนี้เหมาะกับคนเช่นคุณ
Blockdit. Ideas Happen.
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
-
->-
-
-
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.