Shopee:
╚═══════════╝
รู้ไหมว่าประเทศเกาหลีใต้ ตอนนี้เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังส่งออก Soft Power อย่างหนักหน่วง
บริษัท Big Hit ที่เพิ่ง IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ บริษัทนี้มีรายได้หลักมาจากวง K-POP ชื่อ BTS เพียงวงเดียว แต่กลับสามารถสร้างมูลค่าบริษัทได้มากถึง 3 แสนล้านบาท
3 แสนล้านบาท มากขนาดไหน?
ถ้าจะให้เทียบกับชื่อ BTS คล้ายกัน แต่เป็นเจ้าของสัมปทานรถไฟฟ้าที่ใหญ่สุดในประเทศไทย ก็ต้องบอกว่า BTS เกาหลี มีมูลค่าเป็น 2.4 เท่าของ BTS ไทย
ถ้าจะให้เทียบกับสโมสรฟุตบอลชื่อดัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีแฟนอยู่ทั่วโลกเช่นกัน
วง BTS จะมีมูลค่าเป็น 4.1 เท่าของแมนยูทั้งสโมสร..
และถ้าให้เทียบกับการบินไทย สายการบินที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก
BTS จะมีมูลค่าเป็น 43 เท่าของการบินไทย..
ทำไม BTS มีมูลค่ามากขนาดนี้?
ที่ BTS มีมูลค่ามากขนาดนี้ก็เพราะ ตลาดของ BTS เป็นตลาดของแฟนเพลงทั่วโลก
คำว่าทั่วโลกนี่ระดับร้อยล้าน ถึง พันล้านคน
และกำลังซื้อของแฟนทั่วโลกเหล่านี้มีมูลค่ามหาศาล
ที่ยอมทุ่มไม่อั้นเพื่อศิลปินที่พวกเขาชื่นชอบ
เรื่องนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนของเกาหลีใต้
แต่มันเป็นความสำเร็จที่ทำแล้วทำอีก
เราต้องยอมรับกันว่า ซีรีส์ และเพลงเกาหลี มันไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่มันเริ่มต้นขึ้นมาเป็นสิบปีแล้ว
และเรื่องนี้เป็นความตั้งใจในการทำคอนเทนต์ในแต่ละตัว แบบสม่ำเสมอ ก้าวจากประสบความสำเร็จระดับภูมิภาค ไปประสบความสำเร็จในระดับโลก จนในที่สุดตอนนี้เรียกได้ว่า ศิลปินเกาหลีแทบจะใหญ่ไม่แพ้ศิลปินอเมริกันไปแล้ว
แล้ว คอนเทนต์เกาหลีใต้ แตกต่างอย่างไรกับ คอนเทนต์ไทย?
อย่างแรกเลย เมื่อเกาหลีใต้มีคนติดตามทั่วโลก จะทำให้มีรายได้มากตาม และมันก็ทำให้มีเม็ดเงินในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ต่างๆได้มาก
เมื่อมีเม็ดเงิน มีค่าตอบแทน ก็สามารถดึงดูดคนเก่งๆให้เข้ามาในวงการได้มาก และเมื่อทำสำเร็จก็เกิดองค์ความรู้จากครั้งก่อน มาต่อยอดในการสร้างคอนเทนต์ครั้งใหม่ ทำให้เป็นลูปของการพัฒนาอย่างไม่รู้จบ
ต่างกับประเทศไทย ที่ตลาดจำกัดแค่ในประเทศ จะมีไปต่างประเทศก็ละครบางเรื่องที่ไปถึงประเทศจีน หรืออาจมีซีรีส์วายบางเรื่องที่ไปไกลทั่วโลก แต่โดยรวมแล้วประเทศไทย ยังมีกลุ่มคนติดตามที่ไม่ใหญ่ และยังไม่มีระบบนิเวศที่ดีพอแบบเกาหลีใต้
และที่สำคัญก็คือกลุ่มผู้ติดตามส่วนใหญ่ของประชากรไทย นั้นแตกต่างจากเกาหลีใต้
ยกตัวอย่างเช่น
ในเมื่อกลุ่มผู้ติดตามส่วนใหญ่ของไทยยังต้องการละครโดยเน้นความรัก การแย่งความรัก การมีตัวดี และตัวร้าย แบบชัดเจน เดาได้ตั้งแต่ตอนแรกว่า ใครนิสัยดี ใครนิสัยไม่ดี มีนางร้ายที่ต้องแย่งพระเอกจากนางเอก มีฝั่งโจรที่ชั่วร้ายมากๆ
เมื่อคนไทยส่วนใหญ่เขาอยากได้ละครแนวนี้
ผู้ทำละครไทยก็เลยต้องทำออกมาแบบนี้..
แต่สำหรับละครในโลกยุคใหม่ มันไม่มีอะไรชัดเจน และไม่ได้เน้นเรื่องความรัก
ยกตัวอย่างถ้าใครดูซีรีส์เรื่อง START-UP หรือก่อนหน้านี้คือ ITAEWON CLASS ก็จะต้อง “งง” กับคำถามที่ว่า ใครเป็นพระเอกกันแน่? ใครเป็นนางเอกกันแน่?
และเรื่องพวกนี้มันมีแก่นของเรื่องตอบโจทย์ สิ่งที่คนยุคใหม่อยากรู้
ละครไทยบางเรื่องดูจนจบเรื่อง ยังไม่รู้ว่าแก่นของเรื่องคืออะไร
สำหรับ ITAEWON CLASS ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ทุกคนอยากสร้างกิจการ ซึ่งในเรื่องพระเอกปลุกปั้นร้านอาหารจาก SMEs กลายเป็น แฟรนไชส์ร้านอาหารระดับประเทศ
ตลอดทั้งเรื่อง เขาไม่ได้เน้นความรัก แต่เน้นเรื่องการสร้างกิจการ
หรือซีรีส์เรื่อง START-UP ที่ฮิตตอนนี้ก็ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากรู้ว่าการสร้างสตาร์ตอัป เขาทำกันอย่างไร เพราะพวกเขาเติบโตขึ้นมาในยุคที่มีบริษัท START-UP เกิดใหม่มูลค่าเป็นแสนล้านได้ภายในไม่กี่ปี ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม, ทวิตเตอร์ และอีกหลายแอปพลิเคชันที่อยู่ในมือถือของพวกเขา
ตลอดทั้งเรื่องของ START-UP ไม่ได้เน้นความรัก แต่เน้นเรื่องการสร้างสตาร์ตอัป
แต่ต่อให้ฝั่งคนดูต้องการรู้เรื่องพวกนี้มากเท่าไร
ถ้าไม่มีคนสร้างคอนเทนต์ที่เก่ง มันก็อาจเกิดละครแบบนี้ขึ้นมาไม่ได้
อย่างซีรีส์เรื่อง START-UP อย่างน้อย ผู้กำกับ ต้องศึกษา เรื่องของวงการสตาร์ตอัป มาแล้วในระดับหนึ่ง ถึงทำเรื่องได้ออกมา ไม่เคอะเขินผู้ที่อยู่ในวงการนี้อยู่แล้ว
ต่างจากละครไทยหลายเรื่องที่ทำออกมาแล้วสัมผัสได้ว่าผู้กำกับไม่รู้จริงในเรื่องที่จะเล่า.. ทุกอย่างมันดูผิดที่ผิดทางไปหมด จนดูเหมือนตัวละครไม่ได้มีอาชีพแบบนั้นจริงๆ
ในเรื่อง START-UP เราจะได้เห็นคำศัพท์ต่างๆของวงการสตาร์ตอัป ไม่ว่าจะเป็น Sandbox, VC, Series A, AI หรือแม้แต่ Machine Learning ที่ใช้ทาร์ซานในการเล่าเรื่อง
ในเรื่องเล่าว่า ทาร์ซานเป็นผู้ชายที่อยู่เกาะไม่เคยเจอใคร แต่เมื่อวันหนึ่งที่เจอผู้หญิง ถ้าทาร์ซานต้องการจีบผู้หญิง ก็ต้องลองใจให้ก้อนหิน ให้ดอกไม้ แล้วดูว่าผู้หญิงจะชอบอะไร
ถ้าผู้หญิงไม่ชอบก้อนหิน ทาร์ซานก็จะต้องเรียนรู้ว่าผู้หญิงไม่ชอบก้อนหิน ซึ่งการเรียนรู้ของทาร์ซานก็เหมือน Machine Learning
และสิ่งเหล่านี้แหละคือคำอธิบาย Machine Learning ให้คนทั่วไปได้เห็นภาพง่ายที่สุด และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ชมจะประทับใจว่าผู้กำกับเขาเข้าใจเรื่องนี้ และพยายามอธิบายให้คนทั่วไปได้รับรู้
ซึ่งจริงๆแล้วก่อนหน้านี้ก็มีซีรีส์เกาหลีหลายเรื่องที่ทำออกมาแนวนี้ แนวที่เป็นซีรีส์เจาะลึกในอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทนายความ หรือ แพทย์
เมื่อเห็นแบบนี้ คำถามที่น่าสนใจตามมาก็คือ
แล้วกลุ่มคนไทยที่พร้อมที่จะเสพงานคอนเทนต์สมัยใหม่แบบนี้มีมากขนาดไหน?
ถ้าจะอิงตามจำนวนประชากรไทยทั้งหมด
ก็คงตอบได้ว่า ในตอนนี้น่าจะมีไม่มาก
แต่สิ่งที่สำคัญก็คือคนกลุ่มนี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆในอนาคต
และเมื่อคนกลุ่มนี้ได้ดูซีรีส์ประเภทนี้ใน Netflix เชื่อได้ว่า จะย้อนกลับไปเปิดช่องทีวีไทยน้อยลง..
แน่นอนว่ามันต้องใช้เวลาไปตามการพัฒนาของประเทศ
พัฒนาตามสิ่งที่คนสนใจ
พัฒนาตามสิ่งที่คนให้คุณค่า
ถึงแม้ว่าตอนนี้มันจะยังไม่เห็นภาพนั้น
ในวันที่คนไทยส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับตัวเลขที่จะออกในวันที่ 1 และ วันที่ 16
และให้ความสำคัญกับดาราคนไหนคบกับใคร และเลิกกับใคร
แต่ก็เชื่อได้ว่า สักวันเมื่อประเทศเปลี่ยนแปลงไป
เมื่อไหร่ที่คนรุ่นใหม่กลายเป็นกลุ่มที่ใหญ่มากพอ
เมื่อนั้นก็น่าจะเป็น “หายนะ” ของแนวละครไทยแบบเดิมๆ..
╔═══════════╗
อีกครั้งกับกรณีศึกษาธุรกิจมากมายที่จะช่วยเปิดกว้างมุมมองความรู้ของคุณ
ใน ลงทุนแมน 13.0 เล่มล่าสุด สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่
Lazada:
Shopee:
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.