Shopee:
╚═══════════╝
สิ่งที่ทำให้แคนาดาก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 3 ของประเทศที่มีปริมาณสำรองน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก
คือขุมทรัพย์ใต้พื้นดิน ที่เรียกว่า “ทรายน้ำมัน (Oil Sand)”
ทรายน้ำมัน คือแหล่งปิโตรเลียมประเภทหนึ่งที่มีส่วนประกอบของ ทราย โคลน น้ำ และ ไบทูเมน (ส่วนผสมของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน) ที่มีความหนืดสูงและมีสีดำ
โดยวิธีการผลิตน้ำมันดิบจากทรายน้ำมัน ต้องใช้ความร้อนสูงเกือบ 200 องศาเซลเซียส เพื่อทำให้ไบทูเมน อ่อนตัวแล้วแยกออกมาจากทรายและโคลนจนกลายเป็นของเหลวในรูป "น้ำมันดิบ" แล้วจึงนำไปใช้หรือกลั่นตามขั้นตอนปกติต่อไป
แม้ว่าแหล่งทรายน้ำมันจะมีอยู่ในหลายพื้นที่อื่นๆ ในโลก เช่น เวเนซุเอลา รัสเซีย หรือแม้แต่ในประเทศไทย ซึ่งถูกพบที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
แต่แหล่งทรายน้ำมันที่สำคัญและใหญ่ที่สุดในโลกนั้น อยู่ที่รัฐแอลเบอร์ตา ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศแคนาดา
รัฐแอลเบอร์ตา ที่มีพื้นที่ 661,848 ตารางกิโลเมตร หรือ 6% ของพื้นที่ทั้งหมดของแคนาดา
อย่างไรก็ตาม รัฐนี้กลับมีมูลค่า GPD มากกว่า 8.1 ล้านล้านบาท หรือ 14% ของมูลค่า GDP ของทั้งประเทศแคนาดา
ปัจจุบัน รัฐแอลเบอร์ตามีประชากรอยู่จำนวน 4.4 ล้านคน หรือประมาณ 12% ของจำนวนประชากรทั้งหมดของประเทศ
รู้ไหมว่าตั้งแต่ปี 1985 จนถึงปัจจุบัน จำนวนประชากรที่รัฐแอลเบอร์ตาเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า ขณะที่มูลค่า GPD ของรัฐแอลเบอร์ตานั้นเติบโตประมาณ 4 เท่า
ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การเติบโตของอุตสาหกรรมน้ำมันที่รัฐแห่งนี้นั่นเอง
ในช่วงระหว่างปี 1990-2003 มูลค่าเศรษฐกิจของรัฐแอลเบอร์ตาเติบโตถึง 57% ซึ่งมากที่สุดในบรรดารัฐทั้งหมดของแคนาดา
ขณะที่ในปี 2019 มีมูลค่าการลงทุนในแหล่งทรายน้ำมันที่แคนาดากว่า 321,000 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือ ปริมาณสำรองน้ำมันดิบของแคนาดาทั้งหมดในปัจจุบัน กว่า 97% มาจากแหล่งทรายน้ำมัน
ปี 2019 แคนาดาผลิตน้ำมันดิบและส่งออกได้ถึงวันละ 4.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งกว่า 63% ของปริมาณการผลิตนั้นมาจากแหล่งทรายน้ำมันของประเทศ
นอกจากนี้ 80% ของปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตได้จะถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ ทำให้ในปัจจุบัน สินค้าส่งออกอันดับ 1 ของแคนาดาคือ หมวดสินค้าแร่ธาตุและปิโตรเลียม
พอเป็นแบบนี้ จึงบอกได้ว่าแหล่งทรายน้ำมันนั้นมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของแคนาดาไม่น้อยเลย
ทั้งเป็นแหล่งรายได้จากการส่งออกของประเทศ และยังก่อให้เกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 550,000 ตำแหน่ง
แต่ผลกระทบจากการที่ราคาน้ำมันตกต่ำในปัจจุบัน ก็ได้สร้างความท้าทายให้แก่แคนาดาเช่นกัน เนื่องจากต้นทุนในการผลิตน้ำมันจากแหล่งทรายน้ำมันโดยเฉลี่ยแล้วจะสูงกว่าต้นทุนการผลิตน้ำมันจากแหล่งอื่น
อย่างไรก็ตาม ถ้าในอนาคต
เทคโนโลยีในการขุดเจาะและสำรวจก้าวหน้าขึ้น
ต้นทุนในการผลิตน้ำมันจากแหล่ง Oil Sand ของแคนาดาก็จะถูกลงไปด้วย
ซึ่งก็ต้องรอดูกันว่า เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป
แต่ที่แน่ๆ แคนาดา ก็เหมือนผู้โชคดี
ที่มีขุมทรัพย์ใต้พื้นดินที่มีมูลค่ามหาศาล
ขุมทรัพย์ที่ชื่อว่า “Oil Sand”
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ปัจจุบัน แคนาดามีปริมาณสำรองน้ำมันดิบเท่ากับ 167,896 ล้านบาร์เรล มากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 9% ของปริมาณสำรองน้ำมันดิบทั้งโลก
ด้วยราคาน้ำมันดิบที่ประมาณ 40 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปริมาณสำรองน้ำมันดิบจะมีมูลค่าสูงถึง 211 ล้านล้านบาท ซึ่งมากกว่า GDP ของแคนาดาทั้งประเทศเกือบ 4 เท่า..
╔═══════════╗
อีกครั้งกับกรณีศึกษาธุรกิจมากมายที่จะช่วยเปิดกว้างมุมมองความรู้ของคุณ
ใน ลงทุนแมน 13.0 เล่มล่าสุด สั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่
Lazada:
Shopee:
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook - ลงทุนแมน
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
-
-
-
-
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.