หรือ
╚═══════════╝
ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นยุคที่มีชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าขายในสยามประเทศกันอย่างคับคั่ง
ในตอนนั้นการทำมาค้าขายและการเดินทางสัญจร
นิยมใช้เรือเป็นพาหนะ ทำให้แม่น้ำลำคลองสายต่างๆ เป็นเส้นทางสัญจรที่สำคัญ
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ
เมื่อถึงฤดูฝนที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยว
จะทำให้การเดินทางทางน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก
ชาวต่างชาติ ทั้งชาวอังกฤษ อเมริกัน และฝรั่งเศส
จึงเปลี่ยนสถานที่สำหรับทำการค้าขาย ไปเป็นบริเวณปากคลองพระโขนง
และร้องขอให้มีเส้นทางสัญจร เพื่อให้การค้าขายทำได้อย่างสะดวก
ด้วยเหตุนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงทรงโปรดฯ ให้ขุดคลองเชื่อมระหว่างคลองพระโขนงและคลองผดุงเกษม ซึ่งคลองนี้ชื่อว่า “คลองถนนตรง”
ส่วนดินที่ได้จากการขุดคลองถนนตรง ถูกนำมาถมกลายเป็นถนนเลียบคลอง
ที่มีชื่อว่า “ถนนตรง” ตามลักษณะของถนนที่เป็นแนวเส้นตรง
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6
ถนนตรงได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ถนนพระรามที่ 4”
เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ 4 ที่ทรงโปรดฯ ให้สร้างถนนเส้นนี้
เวลาผ่านไป สยามประเทศเจริญขึ้นเรื่อยๆ
การเดินทางสัญจรทางน้ำลดน้อยลง
สวนทางกับการเดินทางด้วยรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
คลองถนนตรงบางส่วนจึงถูกถม และกลายเป็นส่วนหนึ่งของถนนพระรามที่ 4
ส่วนคลองถนนตรงบางส่วนที่ไม่ได้ถูกถม ก็กลายเป็น “คลองคลองเตย” มาจนถึงปัจจุบัน
ความเจริญของย่านนี้ ทำให้บ้านเรือนตลอดถนนเส้นพระรามที่ 4 เริ่มถูกแทนที่ด้วย อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล สวนสาธารณะ
ทำให้ในปัจจุบัน ถนนพระรามที่ 4 กลายเป็นเส้นทางหลักของคนกรุงเทพฯ
และการจราจรบริเวณทางแยกบนถนนพระรามที่ 4 มีความหนาแน่นสูง
ปริมาณจราจรบริเวณทางแยกวิทยุ เฉลี่ย 1.39 แสนคันต่อวัน
ปริมาณจราจรใต้ทางด่วนพระรามที่ 4 เฉลี่ย 1.01 แสนคันต่อวัน
พอถนนสายนี้เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ที่ดินย่านถนนพระรามที่ 4 มีราคาประเมินที่ดินเฉลี่ย 4-5 แสนบาทต่อตารางวา ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 10 เมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นในกรุงเทพมหานคร
ซึ่งที่ดินในราคานี้
หากเราต้องการซื้อที่ดินเพื่อสร้างบ้านขนาด 50 ตารางวา
จะต้องใช้เงินมากถึง 20-25 ล้านบาท เลยทีเดียว
ในแง่ของผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ เมื่อพิจารณาศักยภาพทำเลของถนนพระรามที่ 4 ทั้งด้านความเจริญ และความสะดวกในการเดินทางแล้ว
ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ หลายรายมองเห็นโอกาสพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบ มิกซ์ยูส (Mixed-use) คือ พื้นที่ที่มีศูนย์การค้า, คอนโดมิเนียม และอาคารสำนักงานในที่เดียวกัน
ซึ่งโครงการ มิกซ์ยูส ที่ตั้งอยู่บนถนนพระรามที่ 4 ในตอนนี้ ประกอบไปด้วย
1. “สามย่านมิตรทาวน์” ที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก ที่ถนนพระรามที่ 4 ตัดกับถนนพญาไท
บนที่ดิน 14 ไร่ ที่ได้รับสิทธิ์การเช่า 30 ปี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ซึ่งโครงการนี้ เปิดบริการเมื่อกันยายน พ.ศ. 2562
โดยเจ้าของโครงการนี้คือ Golden Land (ปัจจุบัน Frasers Property Thailand เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ Golden Land เรียบร้อยแล้ว)
2. “The PARQ’’ ที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก ที่ถนนพระรามที่ 4 ตัดกับถนนรัชดาภิเษก
บนที่ดิน 24 ไร่ ที่ได้รับสิทธิ์การเช่า 30 ปี จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ซึ่งโครงการนี้ เริ่มเปิดบริการแล้วบางส่วนในปี พ.ศ. 2563 และจะเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2568
โดยเจ้าของโครงการนี้คือ TCC Assets
3. “Dusit Central Park” ที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก ที่ถนนพระรามที่ 4 ตัดกับถนนสีลม
บนที่ดิน 23 ไร่ ที่ได้รับสิทธิ์การเช่ารวม 60 ปี จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ซึ่งโครงการนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดบริการได้ในปี พ.ศ. 2566
โดยเจ้าของโครงการนี้คือ กลุ่มดุสิต-เซ็นทรัล
4. “One Bangkok” ที่ตั้งอยู่บริเวณสี่แยก ที่ถนนพระรามที่ 4 ตัดกับถนนวิทยุ
บนที่ดิน 104 ไร่ ที่ได้รับสิทธิ์การเช่ารวม 60 ปี จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ซึ่งโครงการนี้ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี พ.ศ. 2569
โดยเจ้าของโครงการนี้คือ TCC Assets และ Frasers Property Thailand
จะเห็นว่า โครงการมิกซ์ยูส ทั้ง 4 โครงการที่ว่า ล้วนเป็นโครงการขนาดใหญ่ และตั้งอยู่บริเวณ 4 แยก บนถนนพระรามที่ 4 ทั้งสิ้น ซึ่งก็สะท้อนได้ว่า ทำเลบนถนนพระรามที่ 4 กำลังมีศักยภาพสูง
อ่านมาถึงตรงนี้ เราก็คงได้เห็นแล้วว่า
ถนนพระรามที่ 4 ผ่านเรื่องราวมาอย่างมากมาย
ตั้งแต่สมัยเป็นคลองถนนตรง จนมาเป็นถนนสายหนึ่งที่รองรับโครงการมิกซ์ยูสหลายโครงการในปัจจุบัน
ในอนาคต เมื่อโครงการต่างๆ ที่เรียงรายอยู่บนถนนนี้เสร็จสมบูรณ์
ก็น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องสภาพชุมชน การจราจร และทัศนียภาพของเมืองไปจากเดิมอีก
และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า
ถนนพระรามที่ 4 กำลังเป็นหนึ่งในทำเลทองอันดับต้นๆ ของกรุงเทพฯ ในตอนนี้..
╔═══════════╗
ถนนพระรามที่ 4 เป็นย่านทำเลทอง
แต่ถ้าอยากเก็บของ ต้องที่พระราม 9
REDD Premium Self Storage ครั้งแรกของประเทศไทยกับพื้นที่เช่าเก็บของอย่างมีระดับใจกลางกรุงเทพฯ ที่ถนนพระราม 9
มีขนาดตั้งแต่ 0.45 ถึง 21 ตร.ม. เริ่มต้นเพียงวันละ 14 บาท
คุณจึงไม่ต้องกังวลกับปัญหาพื้นที่เช่าเก็บของและที่เก็บสินค้าที่ไม่เพียงพออีกต่อไป
ภายในยังมีบริการห้องประชุม Coworking Space, Café Amazon และบริการจัดส่งของและพัสดุอย่างครบวงจร
สอบถามข้อมูลได้ที่ 092-369-6514

Facebook:
╚═══════════╝
References
-สถิติจราจร ปี 2562
-ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดิน กรมธนารักษ์
-
-
-
-
-www.samyan-mitrtown.com
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.