Shopee :
----------------------
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ซีรีส์บทความ “Branding the Nation” ปั้นแบรนด์ แทนประเทศ
ตอน ทำไม ฝรั่งเศส จึงเป็นประเทศแห่ง แบรนด์หรู?
คนฝรั่งเศสชื่นชอบศิลปะ มีความชาตินิยมสูง
และภูมิใจในประวัติความเป็นมาของชาติตัวเองมากประเทศหนึ่ง
ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกๆ ในยุโรปที่มีการรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่น
ความมั่นคงยาวนานทำให้ชนชั้นปกครองมีทั้งเงินและเวลามาอุปถัมภ์งานศิลปะ
ดินแดนแห่งนี้ดึงดูดศิลปิน นักคิด และนักเขียนทั่วยุโรปมาตั้งแต่ยุคกลาง
โดยมีกรุงปารีส เป็นแม่เหล็กหลอมรวมศิลปะทุกแขนง
ราชสำนักฝรั่งเศสก้าวขึ้นมามีอำนาจสูงสุดในยุโรปภาคพื้นทวีปช่วงศตวรรษที่ 17
ภายใต้การปกครองของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ฝรั่งเศสมีกองทัพที่น่าเกรงขาม และก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของยุโรป
ศิลปะการใช้ชีวิตที่ละเมียดละไม
ถูกนำเสนอผ่านสถาปัตยกรรมอันอลังการของพระราชวังแวร์ซาย
เครื่องเรือนเครื่องใช้อ่อนช้อยงดงามแบบโรโกโก
และหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ “การแต่งกาย”..
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เป็นผู้ริเริ่มการนำวิกมาสวมศีรษะ และใส่รองเท้าส้นสูง
มาดาม เดอ ปอมปาดัวร์ สนมเอกของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15
ทุ่มเงินมหาศาลไปกับน้ำหอมเพื่อปิดซ่อนกลิ่นอันไม่พึงประสงค์
และริเริ่มการสวมเสื้อคลุมยาว กระโปรงสุ่มไก่ หรือ Robe à la Française
พระนางมารี อังตัวเนตต์ ราชินีในพระเจ้าหลุยส์ที่ 16
เป็นผู้ริเริ่มทรงผมที่มีความสูงถึง 60 เซนติเมตร
สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลให้การแต่งกายแบบฝรั่งเศส กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา
และเป็นแม่แบบให้ชนชั้นสูงทั่วทั้งยุโรปเจริญรอยตาม
แต่ความหรูหราจนเกินพอดี ท่ามกลางสถานะการคลังที่เข้าขั้นล้มละลาย
ท้ายที่สุดก็นำมาสู่การปฏิวัติฝรั่งเศส ที่ล้มล้างระบอบกษัตริย์ลงในปี ค.ศ. 1789
ภายหลังการปฏิวัติ ฝรั่งเศสวุ่นวายอยู่กับการประท้วงหลายต่อหลายครั้ง
การปกครองประเทศก็สลับกันไปมาระหว่างกษัตริย์กับประธานาธิบดี
หลุยส์ นโปเลียน หลานลุงของจักรพรรดินโปเลียนโบนาปาร์ต
เป็นบุคคลที่ประชาชนเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 1848
แต่ด้วยความที่กฎหมายไม่ให้ดำรงตำแหน่งซ้ำสอง
หลุยส์จึงยึดอำนาจรัฐบาลตัวเองแล้วสถาปนาขึ้นเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 3
ปกครองฝรั่งเศสในช่วงปี ค.ศ. 1852 - ค.ศ. 1870 ในประวัติศาสตร์ไทยจะตรงกับช่วงรัชกาลที่ 4
เพื่อป้องกันการประท้วงและล้มล้างรัฐบาล
จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ได้รับสั่งให้บารอนโอสส์มานน์ เปลี่ยนผังเมืองของปารีสใหม่
ทุบตึกเก่าแก่ทิ้ง ปรับถนนหนทางให้กว้างขวาง สร้างจัตุรัส
เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราการซ่องสุมของผู้คนได้
ผลที่ได้ กรุงปารีสกลายเป็นเมืองที่มีผังเมืองสวยงาม มีจตุรัสกว้างใหญ่
มีถนนกว้างขวางที่มีต้นไม้ขนาบสองข้าง ตึกริมถนนถูกออกแบบให้ใหญ่โต และเป็นรูปแบบเดียวกันทั้งเมือง
ถนนหนทางที่กว้างใหญ่ดึงดูดชนชั้นสูงให้เดินทางสะดวกสบายด้วยรถม้า
ตึกรามบ้านช่องที่สวยงามดึงดูดช่างตัดเสื้อทั่วยุโรปให้มาเปิดร้านในปารีส
เกิดห้างสรรพสินค้าแห่งแรกของกรุงปารีส คือ Le Bon Marché ในปี ค.ศ. 1852 ซึ่งเป็นแหล่งรวมสินค้าแฟชั่นที่สำคัญ
การปฏิวัติฝรั่งเศสทำให้ชนชั้นกลางที่มีฐานะ เช่น กลุ่มพ่อค้า วิชาชีพ สามารถเข้าถึงการแต่งกายแบบชนชั้นสูง ทำให้สินค้าแฟชั่นที่เคยจำกัดอยู่แต่ในแวดวงชั้นสูง จึงเริ่มแพร่หลายและเป็นที่นิยมในหมู่คนทั่วไป
แต่ลูกค้าคนสำคัญที่สุด คือ จักรพรรดินีเออเฌนี เดอ มอนตีโค พระชายาของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3
พระนางเป็นผู้นำแวดวงแฟชั่นฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 19 เป็นแรงผลักดันให้เกิดโรงเรียนสอนการออกแบบเสื้อผ้าชั้นสูง ESMOD ซึ่งก่อตั้งโดยช่างตัดเสื้อส่วนพระองค์ Alexis Lavigne
นอกจากนี้พระนางยังเป็นแรงผลักดันให้เกิดแบรนด์แฟชั่นมากมาย
ซึ่งกลายเป็นตำนานของแบรนด์หรูมาจนถึงปัจจุบัน..
Louis Vuitton
ในปี ค.ศ. 1854 Louis Vuitton นักออกแบบหีบใส่ของได้เปิดร้านขายกระเป๋าเดินทางของตัวเอง
ที่สร้างชื่อจากการคิดค้นกระเป๋าเดินทางสี่เหลี่ยมที่ด้านบนเรียบ
ในยุคที่มีแต่คนทำกระเป๋าเดินทางที่ด้านบนเป็นทรงมน
ด้วยความที่ผู้คนสมัยนั้นยังเดินทางด้วยรถม้า และเนื้อที่ในรถม้ามีจำกัด
กระเป๋าเดินทางทรงเหลี่ยมสามารถมาแก้ปัญหาในจุดนี้ได้
เพราะกระเป๋าทรงเหลี่ยมสามารถวางซ้อนกันได้ ทำให้ประหยัดเนื้อที่ได้มากกว่า
นอกจากนั้น ยังมีการประดิษฐ์ตัวล็อกที่ป้องกันการสะเดาะกุญแจสำหรับกระเป๋า ทำให้กระเป๋าของ Louis Vuitton ได้รับความนิยมอย่างสูง
จนในที่สุด Louis ก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นช่างทำกระเป๋าส่วนพระองค์ของจักรพรรดินีเออเฌนี เดอ มอนตีโค
Hermès
กิจการนี้ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1837 โดย Thierry Hermès
ลูกครึ่งเยอรมันที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในฝรั่งเศส
แรกเริ่มบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตอานม้าสำหรับชนชั้นสูง
ซึ่งก็ประสบความสำเร็จและได้รับรางวัลต่างๆ มากมาย
จนในปี ค.ศ. 1880 Thierry ได้ส่งกิจการต่อให้กับลูกชาย Charles-Émile Hermès ซึ่งเขาได้มีการปรับธุรกิจเป็นขายปลีกและย้ายมาเปิดร้านใหม่หรูหราบนถนน Faubourg Saint-Honoré

หลังจากนั้นไม่นาน Hermès ได้ให้กำเนิดกระเป๋าเพื่อแบกสัมภาระไปกับการเดินทางบนหลังม้าอย่าง
Haut à Courroies ซึ่งกลายเป็นรากฐานของกระเป๋า Hermès หลายต่อหลายรุ่นในเวลาต่อมา..
นอกจากการมีลูกค้า และมีสถาบันการออกแบบแล้ว
อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของแฟชั่นฝรั่งเศสก็คือ “การปฏิวัติอุตสาหกรรม”
การปฏิวัติอุตสาหกรรม คือการนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานมนุษย์
มีจุดเริ่มต้นจากอุตสาหกรรมสิ่งทอ ก่อนจะขยายไปยังอุตสาหกรรมในภาคส่วนอื่นๆ เช่น อุตสาหกรรมเหล็ก
การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มต้นที่อังกฤษ ก่อนจะแพร่มาเบลเยียม
และฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ 3 ที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งตรงกับสมัยจักรพรรดินโปเลียนที่ 3

แต่ฝรั่งเศสต่างจากอังกฤษ และเบลเยียม คือ ฝรั่งเศสไม่มีแหล่งแร่เหล็ก และถ่านหินมากนัก
สิ่งที่ฝรั่งเศสมุ่งพัฒนาอย่างมากก็คือ “อุตสาหกรรมสิ่งทอ”
ด้วยความที่สินค้าแฟชั่นฝรั่งเศสเป็นที่นิยมอยู่แล้ว
ฝรั่งเศสจึงเป็นผู้ส่งออกเครื่องแต่งกายสำคัญของยุโรป ทั้งเสื้อผ้า ถุงมือ และผ้าไหม
เกิดโรงงานสิ่งทอมากมายตั้งอยู่รอบกรุงปารีส
ดูเหมือนว่าช่างตัดเสื้อหลายคนกำลังถูก Disrupt ด้วยการปฏิวัติอุตสาหกรรม
แต่ในความเป็นจริง ลูกค้าผู้มีฐานะทั้งหลาย กลับไม่อยากสวมใส่เสื้อผ้าที่ผลิตมาจากเครื่องจักร
เพราะเสื้อผ้าเหล่านี้ขาดเอกลักษณ์ และอาจจะไปซ้ำกับใครก็ได้
วิกฤติครั้งนี้จึงกลายเป็นโอกาสครั้งสำคัญ
ทำให้ช่างตัดเสื้อหลายคนเปลี่ยนกลยุทธ์มานำเสนอเสื้อผ้าที่ตัดเย็บด้วยมือ
และมีการตัดเย็บเฉพาะบุคคล
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ฝรั่งเศสหลายแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน..
Charles Frederick Worth นักออกแบบชาวอังกฤษ
ผู้ข้ามมาเปิดห้องเสื้อที่ปารีสในปี ค.ศ. 1857
เป็นผู้นำเสนอเสื้อผ้าที่ตัดเย็บด้วยมือ ใช้เนื้อผ้าราคาแพง วัสดุตกแต่งหรูหรา
และเปลี่ยนแฟชั่นจากกระโปรงสุ่มไก่ที่ใส่กันมานาน
เป็นกระโปรงมีหางยาว ลักษณะเหมือนอานม้าเล็กๆ เรียกว่า กระโปรงอาน หรือ Bustle
ซึ่งผลงานการออกแบบของ Worth ก็ดึงดูดลูกค้าคนสำคัญคนเดิม คือจักรพรรดินีเออเฌนี เดอ มอนตีโค
รวมไปถึงเหล่าคนในแวดวงชั้นสูงและนักธุรกิจ
แต่นอกจากรูปแบบเสื้อผ้าและการตัดเย็บแล้ว
อีกสิ่งหนึ่งที่ Worth เปลี่ยนแปลงก็คือ “วิธีการนำเสนอ”
จากเดิมที่ลูกค้าจะเป็นผู้แนะนำแบบของเสื้อผ้าให้กับช่างตัดเสื้อ
เขาจะเปลี่ยนวิธีการนำเสนอให้เป็นรูปแบบใหม่
รูปแบบที่จะเปิดม่านกรุงปารีสให้กลายเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของโลกในศตวรรษที่ 20
และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของวิชาชีพการตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูง
หรือที่ภาษาฝรั่งเศสเรียกว่า โอตกูตูร์ (Haute Couture)
และ โอตกูตูร์นี่เองที่จะนำไปสู่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน บนโลกนี้
นั่นก็คือ..
“การเดินแฟชั่นโชว์”
เตรียมพบกับซีรีส์บทความ “Branding the Nation” ปั้นแบรนด์ แทนประเทศ
ทำไมฝรั่งเศส จึงเป็นประเทศแห่ง แบรนด์หรู? ตอนที่ 2 ได้ในสัปดาห์หน้า..
----------------------
ชอบบทความแบบนี้ ต้องอ่านหนังสือเล่มนี้
เศรษฐกิจโลก 1,000 ปี พิมพ์ครั้งที่ 6
อยากรู้ความเป็นไปของเศรษฐกิจโลก ต้องเข้าใจอดีต
หนังสือเล่มนี้จะพูดถึงประวัติเศรษฐกิจโลกตั้งแต่ปี ค.ศ.1100 ไล่ยาวไปจนถึง ค.ศ.2019
สั่งซื้อได้ที่ (ซื้อตอนนี้มีส่วนลด 10% จากราคาปก 350 บาท)
Lazada :
Shopee :
----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
-
-
-ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, ประวัติศาสตร์การปฏิวัติอุตสาหกรรมเปรียบเทียบ
-ประวัติศาสตร์แฟชั่น, ศาสตราจารย์ ดร.พรสนอง วงศ์สิงห์ทอง
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.