╚═══════════╝
การที่สินทรัพย์ของบริษัทลดลงสามารถเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายอย่าง
แต่กรณีล่าสุดของเชลล์ เกิดขึ้นจาก “การด้อยค่าของสินทรัพย์”
ซึ่งการด้อยค่าของสินทรัพย์สำหรับธุรกิจน้ำมัน
ส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของโครงการ เช่น
โครงการโรงแยกก๊าซ
โครงการโรงกลั่นน้ำมันดิบ
โครงการสำรวจและขุดเจาะ
นั่นก็เพราะว่าโครงการเหล่านี้ จะถูกประเมินมูลค่าโดยอ้างอิงจาก “ราคาน้ำมัน” ที่ทางบริษัทคาดการณ์ตลอดอายุโครงการ
แต่เมื่อโรคระบาดโควิด-19 เกิดขึ้น
แถมยังส่งผลกระทบรุนแรงและยาวนาน
มันจึงส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันให้ตกลงอย่างรุนแรง
ต้นปี ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ 66 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
ตอนนี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ 42 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
คิดเป็นการตกลง 36%
แต่หากเราวัดจากจุดวิกฤติที่สุดในปีนี้
น้ำมันดิบเบรนท์ จะปรับตัวลดลงมากถึง 70%
จากตัวเลขดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของหลายโครงการ
และมีผลทำให้มูลค่าของโครงการที่เคยประเมินไว้ลดลง
เรื่องนี้จึงส่งผลให้ เชลล์ บริษัทน้ำมันใหญ่สุดในทวีปยุโรป
ออกมาประกาศว่าในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้
บริษัทจะทำการบันทึกการด้อยค่าของสินทรัพย์
เริ่มตั้งแต่ โครงการก๊าซธรรมชาติ ที่ออสเตรเลีย
โครงการสำรวจ ขุดเจาะที่บราซิล สหรัฐอเมริกา
รวมถึงโครงการโรงกลั่นน้ำมันอีกหลายแห่ง
ทั้งหมดนี้ คิดเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 6.8 แสนล้านบาท
ก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ บีพี
บริษัทพลังงานสัญชาติอังกฤษก็ได้ประกาศ
ด้อยค่าของสินทรัพย์ลง 5.4 แสนล้านบาท เช่นกัน
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าไม่มีอะไรแน่นอนในโลกธุรกิจ
สิ่งที่เราเชื่อว่าจะได้กำไรแน่ๆ อย่างโครงการต่างๆ ของบริษัทน้ำมัน
มาวันนี้ราคาน้ำมันตกลง บริษัทเหล่านี้ต้องบันทึกการด้อยค่า
ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเวลาเราไปลงทุน ก็คือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น
ทุกครั้งก่อนที่เราจะใส่เงินให้กับโครงการอะไร
ลองถามตัวเองกลับว่า
ในอนาคต เรามีโอกาสที่จะบันทึกการด้อยค่า เหมือนบริษัทน้ำมันเหล่านี้บ้างไหม?
----------------------
อัปเดตสถานการณ์และภาวะเศรษฐกิจกับ Blockdit มีพอดแคสต์ให้ฟังระหว่างเดินทางด้วย

----------------------
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website -
Blockdit -
Facebook -
Twitter -
Instagram -
Line -
YouTube -
References
-
-
© 2017-2020 Longtunman. All rights reserved.